“ดารุมะคาร์” TOYOTA CELICA 1ST GENERATION PART 2

รายละเอียดของอุปกรณ์ภายในและ “ความแตกต่าง” ระหว่าง TA22 กับ TA27 เพียวๆ เริ่มจาก “หน้าตา” เจ้า TA27 นั้นจะเป็นแบบ “หน้าตั้ง” ดังจะเห็นได้จากไฟหรี่มุมที่เป็นแนวตรงตั้งฉากกับพื้นโลก เลนส์ไฟมีเฉพาะสีขาวเท่านั้น (สีส้มเป็นของแต่งแบรนด์ TOM’S ที่หายากมากๆ) ส่วน TA22 จะเป็นแนวเฉียงเอียงรับกับสรีระตัวรถ

  1973_Toyota_Celica_02

 

เลนส์ไฟมีให้เลือก 2 สีจากโรงงานคือสีขาวกับสีส้มตามแต่ออปชั่นและกฎหมายของแต่ละประเทศ (เพราะเซลิก้าถูกส่งไปทั่วโลก จึงต้องตอบโจทย์ให้ครบ) แต่จะมีข้อยกเว้นที่ตัว TA22 GTV เพราะหน้าตาจะเหมือนกับ TA27 เป๊ะ เพียงแต่ตัวรถจะเป็น “ลิฟท์แบค” ไฟหน้าเป็นทรงกลม 4 ดวงเท่ากันทั้ง 2 รุ่น

1973_Toyota_Celica_01

 

กระจังหน้าแตกต่างกันที่ลวดลายและวัสดุ เริ่มจาก TA22 ถ้าเป็นตัว ET LT และ ST วันสุดที่เอามาทำจะเป็น “พลาสติก” โดยลายนอนจะเป็นของ ET และ LT ส่วนตัว ST จะเป็นเส้นตั้งมีแถบคาดตรงกลาง ขยับมาที่รุ่น GT วัสดุจะเป็นโลหะลาย “รังผึ้ง” คาดด้วยคิ้วโครเมียมบนล่าง ส่วน TA27 จะเป็นพลาสติดทั้งหมดมี 2 แบบคือช่อง 4 เหลี่ยมสำหรับรถประหยัดและ “รังผึ้งใหญ่” สำหรับรุ่น ST และ GT ฝากระโปรงหน้าแตกต่างกันทั้งความยาวและ “เส้นสัน” ตัว TA22 นั้นจะมีอยู่  2 แบบแตกต่างกันที่ช่องลม ตัว ET และ LT จะเป็นครีบเฉียงย้อนหลัง ส่วน ST และ GT จะเป็นแบบช่องลมด้านข้าง 4 ช่อง ส่วน TA27 นั้นบานฝากระโปรงจะยาวกว่าประมาณ 1.5 นิ้ว “เส้นสัน” จะเดินยาวตามแนวฝากระโปรงขนาบทั้ง 2 ข้าง ช่องลมมี 2 แบบคือแนวยาวเป็นของรุ่น ET และ LT ส่วน ST และ GT จะเป็นช่องลม 3 ช่อง (แนะอีกนิดว่าตัว TA27 นั้นจะไม่มีบอดี้ GTV)

 

 

จากนั้นมาว่ากันต่อที่ตัวรถ จุดที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดคือ “รูปทรงด้านท้าย” TA22 จะเป็นแบบ “คูเป้” เหมือนรถทั่วๆ ไป แต่ถ้าเป็น TA27 จะเป็น “ท้ายลาด” มีฝากระโปรงท้ายขนาดใหญ่เปรียบเหมือนประตูบานที่ 3 กันชนหน้าและหลังแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่สามารถนำมาใส่กันได้ ไฟท้ายแตกต่างอีกเช่นกัน โดย TA22 จะมี 2 แบบคือ “ไฟเรียบ” สำหรับตัวแรก และ “ไฟสองก้อน” สำหรับรุ่นหลังๆ ส่วน TA27 มีแบบเดียวคือเป็นแนวตั้ง 5 ช่อง ไฟถอยหลังแยกออกมาต่างหาก ภายในทั้ง TA22 และ TA27 จะมีออปชั่นที่ใกล้เคียงกัน มีสีสันให้เลือกมากมายถึง 7 เฉดตามใจลูกค้าแบบ “สุดตัว” เครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง และช่วงล่างจะเป็น “สเปกเดียวกัน” ทั้งหมด โดยจะมีรุ่นท๊อปสุดคือ GT ใช้เครื่อง 2T-G เหมือนกับ TA22 แต่เวลาใช้งานแล้วอาจจะเหมือนกำลังน้อยกว่า เพราะตัว TA27 จะหนักว่าพอสมควร

 

1111

 

 

 

สำหรับ TA27 ในเมืองไทยนั้น จะว่าหายากก็ไม่เชิง เพราะทาง “โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย” นำเข้ามาขายแบบจริงจัง โดยกำนดราคาไว้ในระดับ “สองแสนฝ่าๆ” ครบตั้งแต่ตัว LT ST และตัว GT แต่พอมาในปัจจุบันจำนวนรถเริ่มน้อยลงไปตามกาลเวลา บางคันก็ผุพังไป บางคันก็ถูกตัดเป็นอะไหล่ และที่น่าเจ็บใจที่สุดคือบางคันถูกแปลงไปจนไม่เหลือเค้าเดิมของความเป็น TA27 คนที่จะเอาไปทำก็ไม่กล้า เพราะอาจจะต้องใช้งบเยอะ จึงต้องปล่อยให้กลายเป็น “เศษเหล็ก” ไปอย่างน่าเสียดาย

 

ในช่วง 4-5 ปีมานี้บรรดา TA27 ถูกจับมาขัดสีฉวีวรรณกันมากขึ้นจากบรรดา “คนมีตัง” ทั้งหลาย แต่ก็จะต้องเป็นเช่นนั้น เพราะรถสภาพดีหายาก ราคาสูง รถยังไม่ได้ทำว่ากันที่ “แสนฝ่า” ใกล้เคียงกับต้อง “ป้ายแดง” และบางคันไม่เหลือเค้าเดิม จะหาอะไหล่เปลี่ยนกลับก็ต้องใช้ “ทุนสูง” จนบางคันทะลุ “หลักล้าน” ก็มี เรื่องอะไหล่ ถ้าตั้งใจหา “มีให้เล่น” แน่นอน เพราะญี่ปุ่นรถรุ่นนี้ก็ยังเยอะพอสมควร แต่จะต้องมีกำลังใจและทุนในการ “บิด” สู้กับ “คนเล่นรถชาติอื่น” จุดที่หายากจะเป็นอุปกรณ์ภายใน เพราะไม่ค่อยมีผลิตออกมาขาย ส่วนใหญ่จะ “แกะจากรถ” หนึ่งคันมีชิ้นเดียวเท่านั้น ถ้าพลาดก็ต้องรออีกนาน

 

ใครที่รักจะเล่นหารถที่ทำจบแล้วก็ดูจะเป้นทางเลือกที่ดีทีเดียว แต่ก็ต้องทำใจกับราคาที่ “สูงเวอร์” ในบางคัน ถ้า “รับได้ก็เล่นได้” หรือจะหารถมาปั้นเองก็ยังพอมี แต่ต้องมีโชคด้วยนะ เพราะเท่าที่รู้ ส่วนใหญ่ “คนมีตัง” เค้าจะ “จีบ” ไว้เกือบหมดแล้ว ต้อง “ฟลุ้ค” จริงๆ ถึงจะได้เป็นเจ้าของ

 

 

1974-toyota-pg01